ความสุของค์รวม


หนึ่งปีที่ผ่านมา เหมือนเป็นการค้นหาคำตอบให้ตัวเองได้ในเรื่องหนึ่ง
คนเราอาจจะมีสิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยากทำ หรือความฝันอื่นๆ อีกมากมาย
นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่

เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ในปีที่ผ่านมาได้ลองทำสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ใช่
มากกว่า สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นการทำไปพร้อมๆกัน เวลางาน ก็ทำงานประจำ
หลังเลิกงาน ก็ทำงาน handmade ขาย ซึ่งเรารู้สึกอย่างชัดเจน ว่าเราชอบ
มีความสุข สบายใจ เวลาที่ได้ทำ แต่พอได้ทำไปซักพัก
ก็จะมีปัจจัยอื่นๆเค้ามาทำให้เราต้องคิดทบทวนว่า

ความสุขของเราคืออะไรกันแน่?

การทำงานประจำ แม้ตัวงาน คนร่วมงาน หรือระบบที่วุ่นวาย อาจจะไม่นำพาความสุขให้เราแบบเต็มที่
แต่รายได้ที่ได้มาก็ทำให้เราอยู่ได้และมั่นคง มีเงินใช้ตามสมควร และมีมาทุกเดือน บางที
บางอารมณ์ งานอาจจะออกช้าบ้างแต่ก็ยังได้เงินเดือนอยู่ส่วนการทำงานอดิเรกในสิ่งที่เราชอบ
เรามีความสุขกับงานก็จริง แต่สิ่งที่เราชอบนั้น เราไม่อยากจะทำมันให้เป็นธุรกิจมากเกินไปและมัน
เป็นงานประเภทที่ได้เงินเยอะ ยากหน่อย ความคิด ณ ขณะหนึ่งคือ ลาออกจากงานประจำ
มาทำสิ่งที่เราชอบอย่างเต็มตัว  ซึ่งมันจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน แต่ความสมบูรณ์ด้านอื่นๆล่ะ
ความมั่นคงยามเจ็บป่วย หรือเมื่อทำงานไม่ได้ เมื่อขี้เกียจ ไม่ทำ ก็ไม่ได้เงิน พ่อแม่เป็นห่วงว่ารอดไม่รอด การไตร่ตรอง คิดทบทวนวนไปวนมา ไม่ใจร้อน ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินใจ
ทำให้เราคิดได้ถึง “ความสุของค์รวม” คือ ความสุขที่ไม่สุขจนสุดโต่ง
ความสุขที่เกิดจากความสมบูรณ์ในทุกๆด้าน งาน เงิน สุขภาพ
ความมั่นคงในชีวิต  ดังนั้นจึงต้องมาสรุปทางเลือกที่ตอบโจทย์ความสุของค์รวมให้ได้

1. ทำสองอย่างควบคู่กันไปทั้งงานประจำและงานอดิเรกในสิ่งที่เรารัก โดย รับผิดชอบในงานประจำ
เป็นหลัก และปรับเปลี่ยนการทำงาน handmade ขายให้ใช้เวลาอย่างพอดี ไม่รบกวนคนอื่น
ไม่รบกวนไปถึงเวลางานประจำ ทำให้ทุกๆอย่างกลับมาสู่สมดุล ในความพอดี

2. ออกจากงานประจำมาทำสิ่งที่เราอยากทำ สร้างความฝันด้วยมือของเราเอง แต่ต้องเพิ่มเรื่อง
ความมั่นคงด้านอื่นๆในชีวิตด้วย เช่น มีประกันสังคม หรือประกันต่างๆ ที่ไม่ทำให้ตัวเองเป็นภาระ
กับครอบครัว มีระเบียบวินัยเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีตารางเวลาตอกบัตรมากำหนดตัวเราแล้ว
ขยันมากขึ้น คิดมากขึ้น ทำงานฉลาดขึ้น
คำตอบแรกที่เราเปรียบเทียบและเลือก คือ ข้อ 1  แต่เราไม่สามารถทนกับสิ่งที่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
เราพยายามปูทางใหม่มาพอสมควร เพื่อเป็นทางที่มั่นคงขึ้น รอบคอบขึ้น เพราะฉะนั้น เราเชื่อตัวเอง
ว่าเราสามารถที่จะเดินบนถนนเส้นใหม่ ไปสู่เป้าหมายในชีวิตได้

เปรียบเหมือนเราเดินมาบนถนนคอนกรีต เมื่อมาถึงทางแยกที่ทางซ้ายเป็นถนนเส้นเดิม
ทางขวาเป็นป่ารก ก่อนหน้านี้เราอยากเดินไปในป่ารก ซึ่งก็เสี่ยงไม่รู้จะเจออะไร
แต่เมื่อเรานิ่งคิด วางแผน เราถางป่ารกนั้น เคลียร์ทางให้มองเห็นไกลขึ้น
แม้มันจะไม่ใช่ถนนคอนกรีตเส้นเดิมแต่เราก็จะสร้างถนนคอนกรีตของเราเองให้ได้

หรือสุดท้ายแล้ว คำตอบที่เราค้นพบในอนาคต อาจจะมาจบตรงที่ไม่ใช่แค่ได้ทำในสิ่งที่เราคิดว่า
เราชอบมันมากๆเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้ว เราอาจจะมีชีวิตที่มีความสุขความพร้อมอยู่ ณ ปัจจุบันอยู่แล้ว
ก็ได้ โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวมาก่อน หรือบางทีถ้าโชคร้ายเราอาจจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้ละทิ้งชีวิตแบบนั้น
ไปแล้วก็ได้สิ่งที่เราค้นพบนั้นไม่ใช่คำตอบของทุกคน ที่จะมาทำตามเรา จริงๆแล้วตัวเราย่อมรู้ดี
คำตอบเฉพาะตัวของแต่ละคนนั้น จะได้มาก็ต่อเมื่อเรามองตัวเองด้วยสติ ไม่ลำเอียง ไม่เข้าข้างตัวเอง
ความสุของค์รวมของคนอื่นอาจจะไม่ใช่คำตอบแบบของเราก็ได้

ลองหาคำตอบของตัวเองให้พบ แล้วเราก็จะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น..

ใครผ่านมาเจอก็ทักทายกันหน่อยนะคะ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s